padungkiatboy
วิทยาศาสตร์เปิดเผยผลวิจัยใหม่สุด ความลับของสติปัญญา
2011.03.22 21:55:51

 

วิทยาศาสตร์เฉลยให้รู้ว่า ความฉลาดหรือโง่ ไม่ได้อยู่ที่สมองส่วนใดจำเพาะเจาะจง และก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังและความเร็ว ของการต่อเชื่อมทั่วทั้งสมอง หรือลักษณะอย่างอื่น เช่น ขนาดของมันสมองทั้งหมด

จากการวิจัยครั้ง ล่าสุด มันส่อว่ามันอยู่ที่การเชื่อมต่อระหว่างบริเวณเฉพาะมากของสมอง ซึ่งกำหนดสติปัญญาและหากขยายให้กว้างออกไป ก็อาจรวมถึงความสำเร็จเท่าใดในชีวิตของผู้นั้นด้วย

วารสารทางวิชาการ ของสมาคมวิทยาศาสตร์ แห่งชาติอเมริกัน  รายงานว่า  อาจารย์แจนกลาสเชอร์หัวหน้าคณะผู้เขียนรายงานสรุปว่า "สติปัญญาโดยทั่วไป ขึ้นอย่างแท้จริงอยู่กับข่ายเฉพาะในสมอง และมันคือการเชื่อมต่อระหว่างวัตถุสีเทาหรือองค์รวมของเซลล์และสารสีขาว หรือใยเชื่อมต่อระหว่างหน่วยประสาท" และเสริมว่า "สติปัญญาโดยทั่วไป ขึ้นอยู่กับการต่อเชื่อมระหว่างส่วนของสมองด้านหน้า กับข้างกระหม่อม"

นัก วิทยาศาสตร์ชั้นนำ นายคีธ ยัง รองประธานวิจัยทางจิตเวชศาสตร์และวิทยาศาสตร์พฤติกรรมของศูนย์วิทยาลัยแพทย์ ได้อธิบายเสริมว่า "คนสังเกตพบโดยทั่วไปนานแล้วว่า ผู้ที่ทำทดสอบเก่งอะไรสักอย่างหนึ่ง มักจะเก่งอย่างอื่นด้วย ถ้าใครเก่งเลข ก็มักจะเก่งภาษาอังกฤษด้วย ทำให้นักวิจัยคิดขึ้นมาได้ว่า มันเป็นเครื่องแสดงถึงสติปัญญาโดยกว้างๆ ได้อย่างหนึ่ง"

 

Credit  ไทยรัฐ



Tags:

Comments 15 | Hits: 3135 | Read more...


 
padungkiatboy
3 กูรูไขเทคนิคดึง"วิทย์ - คณิตศาสตร์"สอนเด็กอย่างได้ผล
2011.03.22 21:26:42

 

3 กูรูไขเทคนิคดึง "วิทย์-คณิต" สอนเด็กอย่างได้ผล
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 มีนาคม 2554 17:08 น.

ในศตวรรษที่ 21 โลกมีความซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการเชื่อมโยงอย่างมีเหตุผลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับเด็ก เพราะเป็นตัวต่อยอดองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ทั้งการแก้ปัญหา ตัดสินใจ รวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์ หากเด็กขาดทักษะเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ มาได้

โดยทักษะข้างต้นนั้น วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ถือเป็นตัวสร้างพื้นฐานที่ดี หากนำมาใช้กับเด็กอย่างเหมาะสม แต่ทุกวันนี้กลับสวนทางกัน อ.ธิดา พิทักษ์สินสุข กรรมการ สมาคมอนุบาลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สะท้อนให้ฟังว่า ส่วนใหญ่แล้วคุณครู และพ่อแม่ยุคใหม่จะให้น้ำหนักไปที่เนื้อหาเพื่อการสอบแข่งขันมากกว่าการ เรียนรู้ที่จะสอนเด็กให้คิดวางแผนและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

"เรื่องใดก็ตามที่คนให้ความสำคัญ มันย่อมมีทั้งบวกและลบ ถ้าใช้ในทางบวก เด็กย่อมเรียนรู้อย่างถูกทางและพัฒนาไปได้ดี แต่ถ้าไม่ถูกทางก็เท่ากับเอาเด็กมาแข่งขันกัน พอเกิดการแข่งขันมาก ๆ เข้า เนื้อหาจึงกลายเป็นเรื่องหลักจนถูกมองแค่เพียงว่า วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ควรเรียนแค่ไหน ถึงจะสอบเข้า ป.1ได้" อ.ธิดาให้ทัศนะในงานวิชาการหัวข้อวิทย์-คณิตปฐมวัยสำคัญอย่างไรต่ออนาคตของ ชาติ จัดโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

เมื่อเป็นเช่นนี้ อ.ธิดา สะท้อนต่อไปว่า นอกจากเด็กจะเบื่อ และไม่สนุกกับการเรียนแล้ว เด็กยังจะขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ และทักษะการเชื่อมโยงแบบมีเหตุมีผล เช่น รู้ว่าคำตอบคืออะไร แต่ไม่รู้จักกระบวนการคิด หรือที่มาของคำตอบ ในจุดนี้เองอาจทำให้เด็กไหลไปตามกระแสของสังคมได้ง่าย

ดังนั้น การสอนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ในเด็กอนุบาล หรือเด็กปฐมวัย อ.ธิดา บอกว่า เด็กทุกคนพร้อมที่จะเป็นนักสังเกตที่ดี นักสำรวจตัวยง นักค้นคว้า ตลอดจนนักคิด และนักถาม ผู้ใหญ่ไม่ควรใส่เนื้อหาให้มากเกินไป และไม่ควรสกัดกั้นการเรียนรู้ของเด็กโดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น "อย่านะ อย่าเล่นนะ เดี๋ยวเลอะเทอะ" เพราะจะทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ ถูกปิดกั้น ขาดการต่อยอดทักษะการคิดวิเคราะห์ และการเชื่อมโยงแบบมีเหตุและผล

"พ่อแม่ควรฝึกให้ลูกสังเกต และตั้งคำถาม เช่น ลูกเห็นอะไรลูก ลูกคิดว่าอย่างไร แล้วลูกอยากจะทำอะไรล่ะจ๊ะ อย่างลูกเห็นว่าวลอยได้ เด็กบางคนอยากจะทำว่าวขึ้นมา เราในฐานะพ่อแม่ควรสนับสนุน ด้วยการบอกไปว่า เอาสิลูก อยากให้พ่อแม่ช่วยอะไรบอกได้เลยนะ เรามาลองทำกันดูไหม ทีนี้ก็เริ่มให้ลูกคิดหาอุปกรณ์ ลงมือทำ และทดลองไปพร้อม ๆ กัน ตรงนี้จะช่วยให้ลูกตื่นเต้นกับการค้นพบและอยากสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองต่อไป" อ.ธิดาให้แนวทาง

ด้าน รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มองในประเด็นเดียวกันนี้ว่า การสอนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ในเด็กปฐมวัยนั้น ครู และพ่อแม่ต้องใช้หลัก TLC กับเด็กโดย T (Tender) คือความอ่อนโยน L (Love) คือความรัก และ C (Care) คือ ความห่วงใย ซึ่งทั้ง 3 ตัวนี้หากใช้สอนเด็กอนุบาล หรือเด็กปฐมวัย พวกเขาจะมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ และไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

"เด็กจะเรียนรู้วิทย์-คณิตได้ดี เราในฐานะครู และพ่อแม่ ต้องค่อย ๆ สอน เหมือนใส่เกลือลงไปทีละนิดทีละหน่อย โดยสอนได้ผ่านสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัว เช่น นิทาน อย่างเรื่องกระต่ายกับเต่า สามารถนำวิทยาศาสตร์มาตั้งคำถามกับเด็กได้ อาทิ ความเร็วในการแข่งขัน หรือทำไมกระต่ายวิ่งเร็วกว่าเต่า เป็นต้น" อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการยกตัวอย่าง

ขณะที่ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ผอ.สถาบัน วิจัย และพัฒนาการเรียนรู้ จิตแพทย์ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวถึงสมองกับการเรียนรู้ของเด็กว่า การให้เด็กท่องจำ หรือเน้นใส่เนื้อหามากจนเกินไปจะเป็นตัวลดทอนประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็ก ให้ต่ำลง ทางที่ดี ครู และพ่อแม่ควรให้เด็กลงมือทำจริงจากกิจกรรมสนุก ๆ ตลอดจนใช้สื่อภาพที่มีสีสัน สดใส เพราะการเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นการเล่นที่สนุก ท้าทายจะทำให้เด็กเรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ท้ายนี้ ผอ.สถาบันวิจัย และพัฒนาการเรียนรู้ เน้นย้ำถึงครู และพ่อแม่ทุกท่านว่า การดึงวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์มาใช้สอนเด็กอย่างได้ผล หลักสำคัญที่สุดคือ ต้องแปลจากความรู้ที่อยู่ในกระดาษ (หนังสือ) ไปสู่ชีวิตจริงผ่านการปฏิสัมพันธ์ และการเล่นกับเด็ก ซึ่งหมายความว่า ทุก ๆ กิจกรรมควรเป็นการเล่นที่ไม่ใช่การสอน เพื่อให้เด็ก ๆ เรียนรู้ในบรรยากาศที่สนุกสนานมากกว่าบรรยากาศจริงจังที่เคร่งเครียด หรือถูกควบคุมมากจนเกินไป

ดังนั้น คงไม่มีพลังวิเศษใด ๆ ที่จะขับเคลื่อนให้ทุกการเรียนรู้ของเด็กมีประสิทธิภาพได้ดีเท่ากับ ความสุขในการเรียนรู้ อิสระในการคิด และการไม่ถูกกดดัน หรือว่าไม่จริงครับ



Tags:

Comments 33 | Hits: 2425 | Read more...


 
admin
ประกาศการเปิดใช้งาน SciED Blog และคู่มือการเขียนบล็อก
2010.09.13 19:27:29

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว SciEd UBU ทุกคน ตอนนี้เรามีบล็อกสำหรับแลกเปลี่ยนข่าวสารกันแล้วนะ ยังไงก็ช่วยเข้ามาอัพเดทข้อมูลให้เพื่อนคนอื่นๆ ได้ทราบบ้างนะ ใครมีข่าวประชาสัมพันธ์ก็เชิญได้ตามสบายครับ

เราสามารถแก้ไข profile ส่วนตัวได้ โดย login เข้าไปแล้วเลือก your profile layout แล้วแก้ไขรายละเอียดหรือใสรูปตามชอบนะครับ

ที่สำคัญ ตอนนี้ระบบ activation ทาง email ยังไม่สมบูรณ์ ถ้าใครสมัครแล้วก็ช่วยเมล์บอกมาที่ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ด้วยนะครับ ผมจะได้เปิดให้ใช้งานได้ต่อไปครับ

ดาวน์โหลด คู่มือการเขียนบล็อกใน IDoBlog



Tags:

Comments 16 | Hits: 4080 | Read more...


 
fai
มือชา ปัญหาที่พบได้ในคนทำงานออฟฟิศ
2010.03.29 20:32:38

 มือชาเท้าชา เป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่ง ที่มักเกิดกับคนในวัยทำงาน หรือผู้ที่ต้องนั่งทำงานประจำออฟฟิศ ทำงานนั่งโต๊ะใช้คอมพิวเตอร์นานๆ นพ.กวี ภัทราดูลย์ ศัลยแพทย์ทางมือและจุลศัลยกรรม โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า “คนที่ต้องนั่งทำงานอยู่ท่าเดิมนานๆ ก็อาจมีโอกาสเกิดอาการมือเท้าชาได้มากกว่าปกติบ้าง จากการที่เส้นประสาทโดนกดทับ ที่พบบ่อยคือ บริเวณข้อมือ จากการที่ข้อมืออยู่ในท่าแอ่น หรือ งอนานๆ เช่น การใช้เมาส์ หรือ พิมพ์งาน เป็นต้น

           อาการมือเท้าชาในคนทำงานเกิดจากการที่เส้นประสาทที่พาดผ่านบริเวณข้อมือถูกกดทับ ซึ่งเส้นประสาทนี้จะผ่านจากแขนไปยังข้อมือเพื่อไปรับความรู้สึกที่บริเวณมือ โดยทอดผ่านบริเวณข้อมือและลอดผ่านเอ็นที่ยึดบริเวณข้อมือ อาจมีสาเหตุบางประการที่ทำให้เส้นประสาทนี้ถูกกดทับได้ จึงทำให้มือชา ร่วมกับมีอาการปวดชาร้าวไปยังท่อนแขนหรือต้นแขนได้ และบางคนพบว่ามือข้างที่เป็นอ่อนแรงหยิบจับสิ่งของไม่ถนัด ถ้าทิ้งไว้จะพบว่า กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มืออาจจะแฟบลงเมื่อเทียบกับมืออีกข้างหนึ่ง พบในเพศหญิงมากกว่าชาย ระหว่างวัย 30-60 ปี

ปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอาการมือเท้าชาได้

-    การกระแทกที่บริเวณข้อมืออยู่เป็นประจำ เช่น ใช้เครื่องตัดหญ้า เครื่องเจาะสกรู กำไม้เทนนิส ไม้กอล์ฟ
-    กระดูกข้อมือหัก หรือการหลุดเคลื่อนของข้อ
-    โรคไขข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เก๊าต์
-    คนที่เป็นเบาหวาน กลุ่มไทรอยด์บกพร่อง
-    ภาวะบวมน้ำจากโรคไต และตับ
-    ภาวะตั้งครรภ์
-    คนที่มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนจากการหมดประจำเดือน

ความอ้วนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการมือชาหรือไม่

เดิมเชื่อว่าความอ้วนน่าจะเป็นเหตุปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคด้วย แต่ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานยืนยันชัดเจน จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีความสัมพันธ์กัน

อาการมือเท้าช้าที่อาจสังเกตได้ถึงความผิดปกติอย่างชัดเจน ซึ่งควรมาพบแพทย์ คือ อาการเริ่มแรกผู้ป่วยจะมีอาการชานิ้วมือ ซึ่งมักจะเป็นที่นิ้วกลางและนิ้วนาง รวมทั้งนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือชาได้ เริ่มแรกอาการมักจะชาตอนกลางคืน สะบัดข้อมืออาการจะดีขึ้น หรือชาตอนทำงาน ต่อมาอาการชาจะเป็นมากขึ้นและบ่อยขึ้น จนกระทั่งชาเกือบตลอดเวลา มักจะมีอาการปวดตื้อๆ ร่วมด้วยที่มือและแขน ร่วมกับอาการชานอกจากนี้ ผู้ป่วยจะไม่ค่อยมีแรง มีของหลุดจากมือโดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเป็นนานๆ โดยไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการอุ้งมือด้านข้างลีบได้

*****************************



Tags:

Comments 10 | Hits: 1588 | Read more...


 
actiongang2000
[PPT] วิชา 11031113:=ชีววิทยา 2 ตอน เนื้อเยื่อสัตว์
2009.12.02 06:24:24
ดาวน์โหลดที่นี่
(เอกสารมีนามสกุลเป็น pdf ต้องใช้ Adobe Acrobat Reader ในการเปิดอ่าน)

โดย อาจารย์ ดร.สุภาพร พรไตร

Tags:

Comments 36 | Hits: 6498 | Read more...


 
actiongang2000
[PPT] วิชา 1101202:ชีวเคมี (Biochemistry) ตอน กรดนิวคลีอิกและนิวคลีโอไทด์
2009.12.02 06:18:15

ดาวน์โหลดที่นี่
(เอกสารมีนามสกุลเป็น pdf ต้องใช้ Adobe Acrobat Reader ในการเปิดอ่าน)

โดย อาจารย์ ดร.สุภาพร พรไตร



Tags:

Comments 92 | Hits: 9085 | Read more...


 
admin
First blog ...คลื่น...
2009.10.31 09:21:21

โจทย์ในหนังสือ บอยและเบิร์ด กำลังเล่นบอลอยู่ในสวนสาธารณะ เมื่อลูกบอลตกลงไปกลางสระ ทำให้ไม่สามารถเอื้อมถึงได้ บอยคิดว่าใช้เท้าตีผิวน้ำ เบิร์ดบอกว่าให้ไม้ขว้าง ความคิดใครถูกต้อง ไปพิสูจน์กัน!!!!

 

อ้าว...ใช้เท้าตี บอลก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้นี่นาา... ไหนบอกคลื่นน้ำเป็นคลื่นตามขวางไง???  งง????

 

นักเรียนเอ๋ย คลื่นผิวน้ำน่ะ เวลาเราตีเท้า เรารบกวนน้ำจะเกิดคลื่นรบกวนเดินทางไปตามความยาวของน้ำด้วย เหมือนนักเรียนดันผิวน้ำลงไป มวลของน้ำส่วนที่ถูกดันก็ไปเพิ่มอีกที่หนึ่่ง

จึงทำให้ในกรณีนี้ การกระจัดของน้ำมีส่วนประกอบตามยาวและตามขวางทั้งคู่ บอลจึงค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่อาจจะไม่เร็วเท่าเราเอาสิ่งของไปขว้างมันหรอก...(ถ้าผมอธิบายให้ลูกศิษย์ผิดพลาดไป ขอเมตตาคณะอาจารย์แก้ไขให้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ)

โรงเรียนไม่มีถาดคลื่นนะนักเรียน แต่เราจะไปดูการรวมกันของคลื่นกัน...ไปโล้ดดดด

(พอดีที่อาคารเรียน มีน้ำขัง แสงแดดส่องมาในตอนสาย  ๆ พอดีครับ)

นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง???

นักเรียนมอง งง ๆ  ? อาจารย์ถามไร?

นักเรียนดูเงาสะท้อนบนกำแพงสิ มันเป็นยังไง?

 : อ๋อ มันมีส่วนมืด ๆ สว่าง ๆ ครับ

แล้วมันเกิดขึ้นมาได้ยังไงล่ะ ดูสิ มันควรจะเป็นแบบสว่างทั้งหมดไม่ใช่หรือ ดูดี มันมีส่วนมืดกับส่วนสว่างปนกันใช่ไหม? แล้วส่วนสว่างมันก็สว่างมากกว่าตรงที่แสงสะท้อนจากกระเบื้องปกตินะ??

: เออ ใช่ จริง ๆ  ด้วย มันเกิดขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย

 ปล่อยให้คิดไป......เวลาก็ผ่านไป.....ใกล้กินข้าวเที่ยง....

: มันน่าจะเป็นส่วนที่สันคลื่นกับท้องคลื่นมารวมกันครับ

อูย...เกือบเข้าล็อค "แล้วมันรวมกันยังไงล่ะ ถึงได้เกิดแถบมืด สว่าง แบบเนี้ย"

นักเรียน งง? ต่อไป......

อะ ๆ  ๆ ใบ้ให้ก็ได้ "เกี่ยวกับ เลนส์เว้า กับเลนส์นูน"

: อ๋อ เลนส์นูนรวมแสง แล้วมันยังไงละเนี่ย

ยังงง? ต่อได้อีก ลูกศิษย์กระผม????

เอาละ ขึ้นไปบนห้องแล้วกัน  ไหนไปเขียนภาพอธิบายบนกระดานสิ  (ไม่มีใครออกมาสักคน  ...[นักเรียนมี 6 คนครับ] )

เอ้า!!! เปิดหนังสือดูได้  (นักเรียนหาไม่เจออีกว่าอยู่หน้าไหน....)

หน้า 106 (พูดอย่างดัง) นักเรียนอ่านอยู่สักพัก

 อ๋อ กันทั้งห้อง ออกมาอธิบายได้ถูกต้อง เป๊ะ ๆ

(เฮ้อ นักเรียนกระผมเข้าใจเสียที)

 

บ้านผมเรียกสิ่งนี้ว่า "ผีอีฮุ้มครับ"
คราวนี้รู้หรือยังล่ะ ว่าผีอีฮุ้มคืออะไร 

ไปกินข้าวกัน.............................

นักเรียนเคารพ!!!

ขอบคุณครับคุณครู...



Tags:

Comments 24 | Hits: 7906 | Read more...


 
admin
โรงเรียน ตชด. บ้านท่าแสนคูน ต.โคมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
2009.10.02 21:17:39

 



Tags:

Comments 13 | Hits: 2931 | Read more...


 
admin
โรงเรียน ตชด. บ้านคำสะอาด ต.ยางใหญ่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
2009.10.02 21:16:20

 



Tags:

Comments 10 | Hits: 3791 | Read more...


 
admin
โรงเรียน ตชด. บ้านปากลา ต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี
2009.10.02 21:14:44

 



Tags:

Comments 18 | Hits: 4707 | Read more...


 
admin
โรงเรียน ตชด. บ้านหนองใหญ่ ต.รุง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
2009.10.02 21:13:25

 



Tags:

Comments 8 | Hits: 5416 | Read more...


 
admin
โรงเรียน ตชด. บ้านตาเอ็ม ต.ตากา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี
2009.10.02 21:08:00

 



Tags:

Comments 6 | Hits: 2679 | Read more...


 
kasorns
ทำงานที่ โรงเรียน ตชด - WHY
2009.09.14 08:55:17

Laughing   รร.ตชด. ตั้งขึ้นเพื่อถมช่องว่างเด็กที่อยู่ชายแดนกับในเมืองให้แคบลง  จากสมเด็จย่า สมเด็จพระพี่นางฯ จนถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในปัจจุบัน เป็นองค์อุปถัมภ์ โรงเรียน ตชด.มายาวนาน จะว่าไปแล้ว จ.อุบลฯ มีพระนามของสมเด็จพระเทพฯ ทั้ง อำเภอสิรินธร เขื่อนสิรินธร แม้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ก็ไม่เว้น ที่จะได้รับพระกรุณาะคุณจากพระองค์ท่าน เสด็จแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานปริญญาบัตร บัณฑิต มหาวิทยาลัยอุบลฯ มาตั้งแต่รุ่นที่ 1 พวกเราชาว มอบ. จึงได้ตั้งใจที่จะทำงานสนองพระเดชพระคุณ แบ่งเบาพระราชภาระของพระองค์ท่าน แม้สักเล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำเลย

   เด็กๆในโรงเรียน มีพลานามัยจัดได้ว่าดีถึงดีมาก ด้วย โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ทั้งพืชผัก ผลไม้ นาข้าว เป็ด ไก่ไข่ ปลา ฯลฯ เด็กๆที่มีศักยภาพสูงได้รับพระราชทานทุนการศึกษาต่อ จำนวนหนึ่งได้กลับมาเป็นครูสอนรุ่นน้อง ได้ทราบว่ามีนักเรียนทุนของพระองค์ท่าน เคยเรียนที่ วิศวเครื่องกล ของ มอบ.เราด้วย (โดยทุนของพระองค์ท่าน) เมื่อหลายปีมาแล้ว

   แม้ปัจุบันโรงเรียนเหล่านั้นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในภาคอีสานจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องได้รับความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มวิชา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมฯ ซึ่งนักเรียนต้องมุ่งสู่มาตรฐานที่อยู่ในระดับเดียวกับเพื่อนๆในประเทศไทย ที่ต้องสอบ วัดผลระดับชาติในชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วย

   กล่มที่ไปทำงานใน รร.ตชด.มานานพอสมควร ก็คือ งานห้องสมุด สำนักวิทยบริการ นำทีมโดย คุณ นก มลิวัลย์  ทั้งการนำหนังสือ ไปให้ และ มีกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ด้วย กล่มที่สองคือ คณะวิทยาศาสตร์ ได้ลงพื้นที่ รร.แก่งศรีโคตร อ.สิรินธร มากว่า 6-7 ปีแล้ว

   ในปี2552 เป็นต้นไป มอบ. จะลงไปทำงานให้ครบทั้ง 10 โรงเรียน ในเขตของ กองกำกับการที่ 22 มีอุบลฯ อำนาจฯ ศรีษะเกส ยโสธร ด้วย ส่วนอีก 1โรงเรียน ในจังหวัดมุกดาหาร สังกัด กองกำกับการที่ 23



Tags:

Comments 5 | Hits: 1453 | Read more...


 
actiongang2000
USC Project@รร.ตชด.บ้านห้วยฆ้อง ต.ป่าก่อ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ
2009.09.14 07:00:44

รายงานผลการจัดกิจกรรมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

โรงเรียน ตชด. บ้านห้วยฆ้อง ต.ป่าก่อ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2552 เวลา 10.00 – 15.30 น.

บริบทโรงเรียน

1. การเดินทาง

เดินทางโดยรถตู้

เส้นทางหลวงหมายเลข 212 จากอุบลราชธานีไปถึงอำนาจเจริญ

เส้นทางหลวงหมายเลข 202 จากอำนาจเจริญไป อ.ชานุมาน

ใช้เวลาเดินทางจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีประมาณ 2 ชั่วโมง

2. การจัดการเรียนการสอน

โรงเรียนประถมศึกษาประจำหมู่บ้าน เปิดทำการสอนในระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระดับชั้นละ 1 ห้องเรียน มีครูประจำชั้นซึ่งสอนทุกวิชา

คาบเรียน 15.00 – 16.00 แก้ปัญหาเรื่องอ่านไม่ออก อาทิตย์ละ 2 วัน

3. การศึกษาต่อของนักเรียนเมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ม.1 – ม.3 โรงเรียนหนองไฮน้อย หรือ โรงเรียนหนองแมงดา (โรงเรียนประจำตำบล เป็นโรงเรียนขยายโอกาส)

ม.1- ม. 6 โรงเรียนปทุมราชวงศา (โรงเรียนประจำอำเภอ อยู่ห่างจาก รร ตชด.บ้านฆ้อง ประมาณ 20 กิโลเมตร)

4. อาชีพของผู้ปกครองนักเรียน

ส่วนมากทำนา รองลงมาคือทำไร่ เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา

5. ความพร้อมด้านคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้มี 4 เครื่อง อินเตอร์เน็ตความเร็วต่ำ

6. ครู จำนวนทั้งหมด 11 คน

วุฒิการศึกษา

จำนวน (คน)

มัธยมศึกษาปีที่ 3

2

มัธยมศึกษาปีที่ 6

1

กำลังศึกษาปริญญาตรี

3

ปริญญาตรี

4

กำลังศึกษาปริญญาโท

1*

*วทบ (เคมี) และเรียนต่อโท สาขาวิชาเคมี

7. ครูผู้ประสานงาน ในโครงการเรียนทางไกลของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

1. ครูสิทธินนท์ โคตรมุงคุณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

2. ครูกุสุมา จันทร์สว่าง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

โทรศัพท์: 084-958-5596

8. คะแนนสอบ NT

คะแนน NT ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งได้สอบเมื่อนักเรียนเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 19 คน

วิชา

คะแนนสูงสุด (%)

คะแนนต่ำสุด (%)

คะแนนเฉลี่ย (%)

ภาษาไทย

66.67

13.33

45.26

คณิตศาสตร์

63.33

10

35.09

วิทยาศาสตร์

66.67

16.67

32.28

คะแนนเฉลี่ยรวมทุกวิชา

63.33

13.33

37.54

ข้อสังเกตจากคะแนน NT

- วิชาภาษาไทย

- นักเรียนเขียนได้แต่อ่านไม่ออกและฟังไม่ได้

- โดยภาพรวม นักเรียนมีปัญหาเรื่องการอ่านมากที่สุด รองลงมาคือการเขียน

- วิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนมีปัญหาเรื่องการวัดมากที่สุด

- วิชาวิทยาศาสตร์

- โดยภาพรวม มีคะแนนเฉลี่ย น้อยกว่าวิชาอื่น

- นักเรียนไม่เข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

แผนนำเสนอโครงงาน

ครั้งที่

วันที่

สถานที่

1

21 – 25 ธ.ค. 52

โรงเรียนมุกดาลัย จ.มุกดาหาร

2

18 ส.ค. 53

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

3

ต.ค. 53

สมาคมวิทยาศาสตร์

4

ก.ย. 53

มูลนิธิ พลเอก เปรม

ตารางการดำเนินโครงการ

เดือน

กิจกรรม

ต.ค. 52

กิจกรรมเพื่อวินิจฉัยปัญหาของนักเรียนในการเรียนวิชาต่าง ๆ ในกลุ่มสาระ

พ.ย. 52

กิจกรรมหาหัวข้อโครงงาน

ธ.ค. 52

ตรวจความก้าวหน้าของโครงงาน

 

กิจกรรมคิดเลขเร็ว

นักเรียนใช้นิ้วนับในการบวก ลบ จึงทำให้นักเรียนคิดได้ช้า

กิจกรรมพับกระดาษ

  • กิจกรรม พับกระดาษเพื่อใส่เศษดินสอที่เหลาแล้ว
  • นักเรียนพับกระดาษเป็นถังขยะมีความหลากหลายเพียง 2 ชิ้นงาน คือ รูปถังและรูปเรือ นักเรียนชายส่วนมากพับรูปเรือ นักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ยังไม่มีทักษะในการพับกระดาษ

กิจกรรมเชื่อมโยงสิ่งรอบตัวกับวิทยาศาสตร์

วัสดุผลิตดินสอเปลี่ยนไส้ กับดินสอไม้ นักเรียนชอบดินสอเปลี่ยนไส้เพราะใช้ได้สะดวกโดยไม่ต้องเหลา ดินสอเปลี่ยนไส้ผลิตจากพลาสติก ถ้าเหลือทิ้งจะย่อยสลายยาก ส่วนดินสอไม้ย่อยสลายได้ นักเรียนทุกคนตอบได้ และฝากให้นักเรียนทำการสำรวจตรวจสอบว่า ถ้านำเศษดินสอที่เหลาแล้วไปฝังดินพร้อมๆ กันกับพลาสติก แล้วทิ้งระยะเวลาไว้ประมาณ 3 เดือน ให้สังเกตผลของการย่อยสลาย

เปรียบเทียบแรงจากการเหลาดินสอด้วยมือที่ถนัด (หมุนดินสอ หรือ หมุนกบ) และเหลาดินสอด้วยมือที่ไม่ถนัด (หมุนดินสอ หรือ หมุนกบ) ได้ข้อสรุปว่า ด้วยจำนวนรอบการหมุนที่เท่ากัน เหลากบด้วยการหมุนดินสอ เหลาง่ายที่สุดเพราะใช้เวลาน้อยกว่า ถ้าหมุนกบ จะใช้เวลามากกว่า (อันนี้เด็กๆ น่ารักมาก พวกเราพยายามจะชี้ให้เด็กๆ เห็นว่า การที่เราฝึกทำอะไรบ่อยๆ ด้วยมือข้างที่ถนัดจะทำได้ดีกว่า แต่เด็กๆ นี่ก็นะแย้งกันเก่งมากๆ บอกว่ามือข้างไหนๆ เขาก็ทำงานได้ดีเท่าๆ กัน กว่าจะได้ข้อสรุป พวกเราก็แทบแย่)

กิจกรรม วาดภาพและบรรยายประกอบเรื่อง บ้านของฉัน / โรงเรียนของฉัน / สัตว์เลี้ยงของฉัน สิ่งแรกที่นักเรียนถามหาในกิจกรรมวาดภาพคือ ไม้บรรทัด นักเรียนส่วนใหญ่วาดภาพโดยใช้ไม้บรรทัด

  • นักเรียนบางคนมีจินตนาการ เช่น นักเรียนที่วาดรูปรุ้ง แต่ยังไล่สีของรุ้งไม่ถูกต้อง
  • นักเรียนที่วาดนกเขา วาดนกเขาตัวเมียใหญ่กว่าตัวผู้ แสดงว่านักเรียนมีการสังเกต
  • นักเรียนมีปัญหาเรื่องการสะกดคำผิด เขียนพยัญชนะไม่ตรงกับสระ

ความคิดเห็นของครูผู้สอน

กิจกรรมสนุกทำให้นักเรียนเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

กิจกรรมติดตามผล

1. การย่อยสลายของไม้และเปลือกลูกอม

2. โครงงานนำไส้ดินสอใช้แล้ว กลับมาใช้ใหม่

 

ผู้ร่วมกิจกรรมและสังเกตการณ์

1. ผศ.วรรณวไล อธิวาสน์พงศ์

2. ดร.สุระ วุฒิพรหม

3. ดร.สุพจน์ สีบุตร

4. ดร.กานต์ตะรัตน์ วุฒิเสลา

5. อาจารย์นิโลบล นาคพลังกูล

6. อาจารย์ณัฏยา ศรีศักดา

7. คุณวิภาศิริ พรมอารักษ์

8. คุณชาญชัย

9. คุณ(พี่คนขับรถ นึกชื่อออกจะมาเติม)

ไว้บล๊อกหน้าจะเล่าบรรยากาศของโรงเรียนและบรรยากาศการทานมื้อเที่ยงของนักเรียนและพวกเราชาวคณะ USC ครับ กานต์ตะรัตน์ เรียบเรียง สุระ เอามาลงบล๊อก 555 สุพจน์ สีบุตร (อิอิ)



Tags:

Comments 4 | Hits: 3903 | Read more...


 
admin
กิจกรรมโรงเรียน ตชด. บ้านศรีสวัสดิ์ โดย ม.อุบล
2009.09.14 02:58:37

รายงานผลการจัดกิจกรรมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

โรงเรียน ตชด. บ้านศรีสวัสดิ์ ต.ศรีแก้ว อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2552 เวลา 10:00 – 15:00 น.

 

ข้อมูลเบื้องต้น

 

ป.4

ป.5

ป.6

จำนวนนักเรียน (คน)

4

10

8

 

การเดินทาง : ใช้เวลาเดินทางจาก ม.อุบลฯ ถึงโรงเรียน ประมาณ 2.5 ชั่วโมง โดยขับรถมุ่งหน้าไปทาง จ.มุกดาหาร ผ่าน จ.อำนาจเจริญ พอถึงสามแยก อ.เลิงนกทา ให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ (ถนนยังคงเป็นถนนลาดยาง) จนถึงทางแยกเข้าบ้านศรีสวัสดิ์ ซึ่งจะไม่มีป้ายบอกทาง ทำให้อาจหลงได้ (คงต้องถามทางจากชาวบ้าน) ข้อสังเกตคือ ถ้าขับรถตรงไปเรื่อยๆ แล้วเจอทางดิน นั่นคือท่านเลยทางเลี้ยวเข้าหมู่บ้านศรีสวัสดิ์ พอเลี้ยวตรงทางแยกเข้าหมู่บ้าน ท่านจะพบกับถนนดิน ซึ่งจะเป็นหลุมเป็นบ่อ (อาจเนื่องจากฝนตก) ความเร็วในการขับรถประมาณ 30 km/hr. ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงโรงเรียน

สภาพโรงเรียน : โดยภาพรวมแล้วจัดได้ว่าดี มีอาคารหลายหลัง บรรยากาศร่มรื่น (คงต้องดูจากวิดีโอที่บันทึกมาอีกที)

 

กิจกรรมที่จัด

1) ให้นักเรียนเขียนเรียงความและวาดภาพ เรื่อง หมู่บ้านของฉัน  10:30 – 12:00 น.

  • สุ่มนักเรียนมานำเสนอเรียงความและภาพวาด จำนวน 5 คน 13:00 – 13:30 น.โดยรวมแล้วนักเรียนกล้าที่จะออกมาเล่าให้เพื่อนฟัง แต่ยังไม่ค่อยกล้าสบตาคนฟัง เสียงเบา และตื่นเต้น อ่านผิดบ้าง มีเพียง วัลลภ ป.ห้า ที่ค่อนข้างมั่นใจและใช้ภาษาได้ดี

 

2) กิจกรรมเชื่อมโยงสิ่งรอบตัวกับวิทยาศาสตร์

  • วัสดุผลิตดินสอเปลี่ยนใส้ กับดินสอไม้ นักเรียนชอบดินสอเปลี่ยนใส้เพราะใช้ได้สะดวกโดยไม่ต้องเหลา ดินสอเปลี่ยนใส้ผลิตจากพลาสติก ถ้าเหลือทิ้งจะย่อยสลายยาก ส่วนดินสอไม้ย่อยสลายได้
  • เปรียบเทียบแรงจากการเหลาดินสอด้วยมือที่ถนัด (หมุนดินสอ หรือ หมุนกบ) และเหลาดินสอด้วยมือที่ไม่ถนัด (หมุนดินสอ หรือ หมุนกบ) ได้ข้อสรุปว่า เหลากบด้วยการหมุนดินสอ เหลาง่ายที่สุด ถ้าหมุนกบ ใส้ดินสอหัก
  • เปรียบเทียบวัสดุยางลบ กับวัสดุของปลอกดินสอเปลี่ยนใส้ นักเรียนบอกได้ว่า ดินสอแข็ง งอไม่ได้ ส่วนยางลบงอได้ บิดได้ ไม่หัก
  • ยางลบ 2 แบบ เปรียบเทียบราคา นักเรียนส่วนใหญ่บอกว่าอันเล็กแพงกว่า (น่าจะเคยซื้อ) และให้เหตุผลด้านขนาด แถบสีเขียว ความหนา สุดท้ายให้ทดสอบประสิทธิภาพการลบดินสอ ได้ข้อสรุปว่า ยางลบอันเล็กลบได้สะอาดกว่า สาเหตุอาจจะมาจากวัสดุที่ใช้ในการผลิต
  • สะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากยางลบ

3) กิจกรรมวัดทักษะทางคณิตศาสตร์

  • ทักษะทางคณิตศาสตร์ ป.5 จะมีความสามารถที่โดดเด่น ทำเสร็จเร็วที่สุด รองลงมาจะเป็น ป.6 ส่วน ป.4 (น้องเล็ก) ค่อนข้างทำได้ช้า นอกจากนี้ นักเรียน ป.4 (เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่สุด) จะค่อนข้างอ่อน
  • ทั้งนี้นักเรียน ป.5 คนที่ทำได้เร็วที่สุด ทำผิดไป 1 ข้อ (24/25)
  • นักเรียนที่ทำคะแนนได้เต็ม (25/25) มี 4 คน เป็นนักเรียนชั้น ป.5 หมดเลย
  • จากการวิเคราะห์จากแบบทดสอบ โจทย์ที่นักเรียนทำผิดมากที่สุด จะเป็นเรื่อง การแก้สมการ นอกจากนี้ นักเรียนยังมีความสับสนบ้างเกี่ยวกับเครื่องหมาย บวก กับ คูณ บางคนจะเห็นเครื่องหมายคูณ แต่นำเลขมาบวกกัน
  • ข้อเสนอแนะสำหรับวัดทักษะคณิตศาสตร์ ครั้งต่อไป น่าจะเป็นเรื่องการแก้โจทย์ปัญหา

 

ข้อสังเกตจากกิจกรรม

สำหรับความกล้าแสดงออก โดยรวมนักเรียนทั้งหมดจะกล้าพูด กล้าตอบ แต่ก็เทคะแนนให้ ป.5 ที่กล้าแสดงออกมากที่สุด โดยเฉพาะ ดช.วัลลภ (น้องแม๊ค)

 

กิจกรรมเพื่อติดตามผล

                นักเรียนทุกคนจะได้รับแจกสมุด กลับไปคนละเล่ม เพื่อเขียนบันทึกประจำวัน /จดกิจกรรม หรือสิ่งที่สงสัย เพื่อนำกลับมาคิด แล้วพูดคุยกับคุณครู และคณะจาก ม.อุบลฯ จะมาติดตามผลทุกๆ เดือน

 

 

ศักดิ์ศรี  สุภาษร และ ณัฏฐ์  ดิษเจริญ

      ผู้รายงาน

คณะวิทยากร

ผศ.วรรณวไล

ศักดิ์ศรี

ณัฏฐ์

สุภาพร

 

พี่ไก่

พี่ก้อย

พี่ พขร.

คนถ่ายวิดีโอ

พี่สน



Tags:

Comments 3 | Hits: 3105 | Read more...